ความฉลาดเลือกใช้ ขนาดมาตรฐานของวัสดุก่อสร้าง

By Tarkoon Suwansukhum, Architect, Technical Director

 

 

ผู้ออกแบบสามารถออกแบบอาคารเป็นรูปแบบ หรือรูปทรงต่างๆ ได้มากมาย ตามจินตนาการ หากแต่การก่อสร้างอาคารยังคงต้องใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตออกมาขายโดยทั่วไปโดยผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้ออกแบบจึงควรที่จะคำนึงถึงขนาดของวัสดุก่อสร้าง เพื่อความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากขนาดของวัสดุ

 

วัสดุอาจแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  1. วัสดุที่เป็นส่วนของโครงสร้างอาคาร เช่น พื้นสำเร็จรูป ผนังคอนกรีต แผ่นฝ้าเพดาน และ แผ่นหลังคา
  2. วัสดุที่ใช้เป็นส่วนตกแต่งของอาคาร เช่น พื้นกระเบื้องยาง พื้นไม้ พรมแผ่น บานประตู หน้าต่าง ผนังอลูมิเนียม และ กระจก เป็นต้น

 

ขนาดของผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่มีใช้โดยทั่วไป มีขนาดดังนี้

  1. พื้นสำเร็จรูป Hollow core ขนาดกว้าง 300,600,1200 มม ยาว 4000-7000 มม
  2. อิฐมวลเบา ขนาด  200 x 600 มม
  3. คอนกรีตบล๊อค ขนาด 200 x 400 มม
  4. บล๊อคแก้ว ขนาด 200 x 200 มม
  5. หลังคากระเบื้องคอนกรีต ขนาด 330 x 420 มม
  6. กระจกธรรมดา ขนาด 2400 x 3600 มม
  7. กระจกลามิเนท ขนาด 2400 x 4800 มม
  8. กระจกเทมเปอร์ ขนาด 2400 x 6500 มม
  9. แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต ขนาด 1270 x 2280 มม
  10. แผ่นไม้อัดขนาด 1200 x 2400 มม
  11. แผ่นฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด ขนาด  600 x 600,1200 มม
  12. เหล็กรูปพรรณ ยาว 6000 มม

 

จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า วัสดุที่มีในท้องตลาด เราสามารถนำเอามาเป็นปัจจัยในการออกแบบ หรือใช้ประโยชน์สูงสุดจากขนาดของวัสดุนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดเอาความหนาของวัสดุแต่ละชนิด มาใช้ในการออกแบบ ดังเช่น ออกแบบหน้าต่างที่มีความสูงไม่เกิน 2.40 เมตร สาามารถเลือกใช้กระจกธรรมดาที่หนา 6 มม ได้ แต่ถ้าผู้ออกแบบกำหนดให้กระจกสูงที่ 2.50 เมตร ความหนาของกระจกที่ใช้ ก็จะเพิ่มขึ้นและมีราคาสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน  เมื่อเราออกแบบหน้าต่างที่ต้องการช่องแสงเป็นกระจกผืนเดียวโดยไม่มีรอยต่อ ก็ควรเลือกใช้ขนาดที่สามารถผลิตได้เป็นชิ้นเดียวที่มีความหนาน้อยที่สุด โดยรวมเอาระยะของขอบกระจกที่จะซ่อนอยู่ในวงกบเข้าไปด้วย ขนาดของกระจกจะเป็น module ของ 300 มม

 

การออกแบบอาคารที่มีการใช้แผ่นพื้นสำเร็จรูป ก็ควรมีการออกแบบให้มีระยะห่างสอดคล้องกับขนาดแผ่นมาตรฐานที่ผู้ผลิตทำเอาไว้ เพื่อให้เหลือเศษ หรือมีการตัดแผ่นพื้นน้อยที่สุด ขนาดความกว้างของแผ่นพื้นจะเป็น module ของ 300 มม

ไม้อัดและแผ่นยิบซั่มบอร์ดเป็นวัสดุที่นำมาใช้ในการทำผนังและฝาของอาคาร รวมไปถึงแผ่นฝ้าเพดาน เมื่อดูที่ขนาดของแผ่นแล้ว จะเป็น module ของ 300 มม

ประตู โดยทั่วไปจะใช้ขนาดกว้าง 800 มม สำหรับบานประตูห้องทั่วไป เมื่อนำบานประตูมาคิดขนาดความกว้างรวมกับวงกบทั้งสองด้าน จะมีขนาดกว้างรวมประมาณ 900 มม ซึ่งเป็นผลรวมของ module ขนาด 300 มม

หลังคากระเบื้องคอนกรีต เนื่องจากหลังคาเป็นส่วนที่ต้องการความลาดเอียง และวิธีการปูหลังคาจะปูสลับกัน จึงทำให้ขนาดของแผ่น มีผลต่อรูปแบบการกำหนดอาคารน้อย จึงไม่ค่อยนำมาเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณขนาดของแผ่นหลังคาออกมาในรูปของ module

บล๊อคแก้ว เป็นวัสดุที่มีขนาด 200 x 200 มม ใช้ก่อผนังเพื่อให้แสงผ่านเข้ามาได้ มีขนาดที่แตกต่างไปจากวัสดุผนังอื่น ๆ แต่เมื่อดูจากขนาดจะเห็นได้ว่าเป็น module ของ 600 มม

 

จากขนาดของวัสดุที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า วัสดุก่อสร้างมีขนาดที่เป็นหน่วยร่วมกัน ( Module) ที่ 300 มม เป็นส่วนใหญ่ การออกแบบ เพื่อให้ใช้วัสดุอย่างเหมาะสม และเหลือเศษวัสดุน้อย จึงเป็นเรื่องฉลาดที่ควรนำมาพิจารณาและเป็นปัจจัยในการออกแบบ

ที่ Fenn Designers Studio เรามักจะนำเอา ตัวเลข 300 มม เลขมหัศจจรย์ นี้มาใช้ในการออกแบบ เพื่อให้เกิดการก่อสร้างที่ง่าย และที่สำคัญ นอกจากจะประหยัดเวลาในการก่อสร้างแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเจ้าของงานด้วย

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s